เขียนถึงพ่อ..
ไม่อยากจะเชื่อว่ามันเป็นเรื่องจริง..
พ่อเป็นคนแข็งแรงมาตลอด ทำงานไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย พ่อทำอะไรมาหลายอย่าง จนสุดท้ายมาลงตัวที่กิจการรถตู้มาร่วม 10 ปี
ที่ชีวิตครอบครัวและทุกสิ่งทุกอย่างที่มีมาถึงวันนี้ก็เพราะพ่อนี่แหละเป็นเสาหลัก
พ่อมาจากตระกูลอันมีเกียรติ ปู่ของปู่เป็นท่านขุน แต่พ่อไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับญาติพี่น้องเลย ทำมาหากินเลี้ยงชีพด้วยตัวเอง ตอนเด็กๆพ่อเกเร ที่บ้านจะส่งไปเรียนหนังสือต่างจังหวัดก็ไม่ไป สุดท้ายเลยเรียนไม่จบ แต่ก็ไม่ได้งอมืองอเท้า ทำมาหากินเอง พ่อแต่งงานกับแม่เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ในฐานะที่เรียกได้ว่าลำบากกันเลยทีเดียว ก็สู้ฝ่าฟันกันมา จากไม่มีอะไร
จนเริ่มมีบ้าน มีรถ จากรถมือสอง ก็เป็นรถใหม่ป้ายแดง มีป้ายแดงคันแรก ก็มีคันที่ 2
จนสุดท้ายเป็นเจ้าของกิจการรถตู้ และบ้านหลังใหม่ของครอบครัวเรา พ่อภูมิใจกับบ้านหลังนี้มาก
คุมงานจนนึกว่าเป็นคนงานก่อสร้าง ตัวดำเลย ซื้อข้าวซื้อน้ำให้ช่างกินตลอด..วันงานศพมีคนงานก่อสร้างมาร่วมงานกันหมด ทุกคนใส่ซองจำนวนมากอยู่ เงิน 500 บาทของคนงานก่อสร้าง 1 คน มันเยอะนะ ต้องทำงานกี่วันได้เท่านี้ลองนึกดู..
พ่อเป็นคนใจดี ไม่ว่ากับคนหรือแม้แต่สัตว์ พ่อจะรักหมามาก กอดกัน ถ้าจูบปากกันได้คงทำไปแล้ว แม่จะบ่นอยู่บ่อยๆ พ่อก็จะทำเสียงอ่อยๆ บอกว่ารำคาญแม่ แต่ก็ยอมทำตาม พ่อรักแม่มาก..
ตอนสมัยวัยรุ่น เราค่อนข้างติดเพื่อน ไปนู้นไปนี้ แต่ไม่มีเรื่องเสียหาย แต่พ่อก็จะบ่น เราก็จะเถียง เลยไม่ค่อยถูกกันเท่าไหร่ ประมาณว่าเราก็มีจุดยืนว่าเราไม่ได้ทำเรื่องเสียหาย แค่ชอบไปเที่ยวบ้านเพื่อนเอง..เป็นคู่กัดกันตลอด..
แต่พอเริ่มโต ไปเรียนต่อที่อื่น ไม่ได้อยู่ด้วยกันก็เริ่มคิดถึงเค้า พ่อเริ่มโทรมาหาบ่อยๆ บอกว่าคิดถึง เค้าเหงา ยิ่งพอน้องเรามาเรียนด้วยอีก พ่อยิ่งเหงาใหญ่เลย จะโทรหาน้องตลอด เราจะคุยเล่นกันตลอด พ่อจะกลัวเราด้วย บอกว่าชอบดุ ล่าสุดวันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา วันที่เจอพ่อครั้งสุดท้าย เราฝากแก้วให้พ่อเอาไปใช้ที่บ้านประมาณโหลนึง แล้วพ่อลืม ไม่ได้เอาขึ้นรถ แก้วหายไป เห็นแม่บอกพยายามหาอยู่หลายวัน ไม่กล้าโทรบอกเราว่าทำหาย กลัวเราดุ ดูเหอะ..
พ่อเริ่มป่วยเมื่อตอนต้นเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา อยู่ดีๆเจ็บคอกินข้าวไม่ได้ แม่พาไปหาหมอ แล้วช่วงนั้นติดวันหยุดยาวหลายวัน ช่วงวันฉัตรมงคลอ่ะ หมอก็ให้นอนที่โรงพยาบาล เรากลับไปหาวันนึง ไปนั่งกินข้าวล่อตาล่อใจเค้าซะงั้น พ่อทนไม่ไหว ขอกินด้วย ซดน้ำก็ยังดี เค้าพยายามจะกินนะ แต่มันกลืนไม่ลง พอดีเรามีเพื่อนเป็นหมอเยอะมาก ก็โทรไปถามๆ แถม serch เนตดูด้วย ใครๆก็คิดว่าแกต้องเป็นมะเร็งหลอดอาหารแน่ๆ..พ่อนอนโรงพยาบาลอยู่ไม่กี่วัน ก็ขอกลับบ้าน
จนวันที่ 16 หมอนัดไปส่องกล้องที่โรงพยาบาล เค้าบอกว่าเส้นเลือดมันโป่งพองกดทับหลอดอาหาร แต่เค้าเห็นตำแหน่งไม่ชัด เลยจะส่งต่อไปที่ศิริราช แม่เลยติดต่อมาที่ศิริราช วันรุ่งขึ้นก็พาพ่อมาเลย เราก็ลางานไปหาพ่อที่ศิริราช พอพ่อเห็นหน้าเราก็ดีใจ นั่งคุยจ้ออยู่กับหมอ 3 คนรุมแกอ่ะ แกก็พูดจ้อยๆ ผมไม่เป็นไรหรอก แค่เจ็บคอ กลืนไม่ลง หมอดูๆฟิล์ม แล้วบอกว่าต้องทำ ct scan
มันถึงจะเห็นชัด ก็ไปนัดมาได้วันที่ 4 มิถุนาเร็วสุด..
พ่อเลยบอกว่าจะกลับบ้านไปรอแล้วค่อยมาอีก ไม่นึกเลยว่าจะเป็นวันสุดท้ายที่ได้ขับรถให้พ่อนั่ง วันนั้นเราไปกินข้าวกันที่วังหลัง เราสั่งพริกแกงไก่ไข่ดาว พ่อก็บอกจะกินด้วย นั่นเลยเป็นมื้อสุดท้ายที่พ่อกินข้าวได้เยอะสุดตั้งแต่ป่วย...
อาทิตย์ที่แล้วพ่อโทรมาบอกว่าคิดถึง อยากเจอ แม่บอกว่าพ่อความดันขึ้นสูงด้วย แล้วเริ่มเจ็บคอหนัก พาไปหาหมอ ก็ให้ยาควบคุมความดันมา ตอนแรกกะจะให้แม่พาพ่อมา admit ที่ศิริราชเลย เผื่อเค้าจะลัดคิวให้ได้ ตอนช่วงแรกๆ แม่กะพาไปรพ.กรุงเทพเลย เป็นอีกที่ ที่มี ct scan ค่าใช้จ่ายเป็นแสนแม่ก็จะจ่าย แต่พ่อไม่ยอม เพราะยังไม่รู้ว่าจะต้องใช้เงินอีกเท่าไหร่ จะต้องผ่าตัดมั๊ย ต้องนอนรพ.อีกนานแค่ไหน ไม่มีใครรู้ พ่อเลยบอกจะรอที่ศิริราช
จนเช้าวันที่ 28 ตอน 7 โมงกว่า เรากำลังจะออกไปทำงาน คนข้างบ้านเอาเบอร์แม่โทรมาบอกว่าพ่อไม่ได้สติแล้ว รถโรงพยาบาลกำลังมารับ ตกใจมาก รีบปลุกน้องขับรถกลับไปดูพ่อ ออกไปได้ซักครึ่งชั่วโมง โทรไปอีกที ได้ยินแต่เสียงร้องไห้ บอกว่าพ่อเสียแล้ว ช๊อคสุดๆ ร้องไห้เป็นบ้าอยู่ในรถ สติแตก ทำอะไรไม่ถูก...
ถนนเส้นเดิมที่เคยขับรถกลับ ถนนเส้นเดิมที่พ่อเคยขับรถให้ ถนนเส้นเดิม แต่ทำไมมันช่างยาวนานแบบนี้ ขับรถไปร้องไห้ไป ยิ่งใกล้จะถึงวัด มันยิ่งบีบหัวใจ..
พอเข้าไปถึงวัด ไปดูพ่อ จับตัวพ่อ มันไม่เหมือนพ่อเราแล้ว ตัวแข็ง หน้าคล้ำ แต่มือเท้าปกติ แม่ใส่เสื้อเหลืองให้พ่อ ใส่สายรัดข้อมือเรารักนายหลวงที่แกใส่ติดตัวไม่เคยถอด เราก็ไปจับๆให้มันเข้าที่ ทำให้เค้าดีที่สุดเป็นครั้งสุดท้าย..
ตอนรดน้ำศพเป็นอะไรที่ยากลำบากมาก แม่กับน้องร้องไห้แทบจะขาดใจ เราก็ร้อง แต่พยายามข่มใจ กัดฟันแน่น ตอนนี้เหลือเราคนเดียวที่เข้มแข็งที่สุด ต้องสู้เพื่อคนอีก 2 คนที่อยู่ข้างๆ..
งานศพจัดแบบเรียบง่าย เพราะพ่อไม่ชอบเสียงดังอึกทึก ไม่ชอบพิธีการวุ่นวาย ไม่ชอบเว่อร์ๆ เราก็คิดว่าทำให้เค้าดีสุดแล้วนะ..
วันเผาก็เปิดเพลงกล่อมพ่อ กับเพลงเธอจะอยู่กับฉันตลอดไป น้ำตาร่วง แม่บอกว่าเพลงทำไมมันเศร้าจังลูก..เป็นอีกวันที่ร้องไห้มากที่สุดในชีวิต..
ตอนนี้ไม่รู้พ่ออยู่ไหน พวกเราเอากระดูกพ่อไปลอยที่แม่น้ำเจ้าพระยา พ่อจะได้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข..
สิ่งนึงที่ขอได้ตอนนี้ อยากขอให้ครอบครัวเราเกิดมาเจอกัน อยู่ด้วยกันตลอดทุกๆชาติไป..
ไม่รู้ว่าต่อไปข้างหน้าครอบครัวเราจะเป็นอย่างไร แต่พ่อไม่เคยทำให้เราลำบาก ไม่มีอะไรที่ลูกอยากได้แล้วไม่ได้ ต่อไปเราก็จะดูแลแม่ ดูแลน้อง ดูแลกิจการของพ่อต่อ...หนุนต้องทำได้พ่อ..
ขอบคุณทุกๆคน คงจะเอ่ยรายชื่อไม่หมด ที่ไปร่วมงานศพพ่อ..พ่อคงดีใจที่มีคนมาเยอะ..
หลับให้สบายนะพ่อ ไม่ต้องห่วงอะไรทั้งนั้น ที่เหลือหนุนจะดูแลเอง..
รักพ่อนะ..ลูกสาวพ่อเอง..
ป.ล.พ่อคงยังเปิดคอมไม่เป็น เพราะก่อนหน้านั้นพึ่งสอนเค้าดูคอมเอง ไม่เป็นไร เดี๋ยวกลับบ้านไปอ่านให้พ่อฟังนะ